เคสที่1 "โดนไซโค"
ผมก็ไม่ทราบว่ามันเป็นการเล่นสนุกของกลุ่มเด็กคอสหรือว่ามันเป็นวัฒนธรรมใหม่ในสังคมที่แต่ละคนอยากมีอำนาจควบคุมคนอื่นได้ ซึ่งก็ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกันเพราะคนที่โดนไซโคได้เนี่ยอย่างน้อยที่สุดเลยต้องเป็นคนค่อนข้างคิดมาก "เซนซิทีฟ" แล้วหลังจากนั้นอยู่ที่ตัวแปลของแต่ละคนแล้วล่ะ ถ้ามีสติสูงก็รอดไป ปัญหาคือส่วนมากโดนไซโคแล้ววิตกจริตซะก่อนตั้งสติน่ะสิ กรณีแบบนี้ผมไม่โทษคนโดนหรอก มันอยู่ที่คนเริ่มไซโคนั่นล่ะ ไอ้พวกที่ไซโคได้นี่แปลว่ารู้ว่าคนนี้ไซโคได้ เขาคงสนุกสุดๆเวลาทำให้คนอื่นต้องอมทุขนั่งทรมาณ ยิ่งได้เห็นมเขาจะเป็นจะตายโดยเราไม่ได้ทำอะไรเลยยิ่งมันส์ไม่ใช่น้อย ผมไม่ทราบนะครับว่าใครเข้าขั้นเสียสติมากกว่ากัน ระหว่างคนที่คิดถึงทุข กับ คนที่ทำให้คนอื่นเป็นทุข ก็ขอให้เขามีแต่ความเจริญในชีวิตตามการกระทำของเขาแล้วกัน
เคสที่2 "ขุดเรื่องชาวบ้านมาประนาม"
เขาจะทำผิดเรื่องอะไรไม่รู้ล่ะ แต่จะต้องขุดเรื่องของเขาออกมาด่าให้หมด ขนาดที่ว่าถ้ารู้ว่าเคยพิมพ์ผิดในเวปใดบ้างก็ต้องตามเก็บเอามาแฉให้หมด แฉแล้วรู้สึกสบายใจที่เห็นเขาเลวขึ้น แล้วเราจะได้สบายใจ ถ้าเพศเดียวกันเราก็ยังพอทน แต่ไอ้ประเภทผู้ชายทั้งแท่งมานั่งไล่ประนามผู้หญิงแถมยุให้คนอื่นมาช่วยกันรุมด่าเนี่ย เท่สุดๆ รู้ว่ามีคนประเภทนี้บนโลกแต่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอ ตัวเป็นๆ คือเราก็รู้กันนะครับว่าศาลเนี่ยเขาเอาผิดเฉพาะที่ผิด ในศาลเขาตัดผิดถูกตามคดีที่แจ้งไว้ผมก็ไม่เคยเห็นในศาลในอนุญาติให้ขุดความผิดโคตรเหง้าศักราชมาประนามกันได้ ก็ไม่เข้าใจว่า จะเอาเรื่องที่จบแล้วหรือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัยขุดขึ้นมาพูดอีกทำไม ผมเองก็ไม่เข้าข้างใครหรอกแต่การกระทำอะไรที่มัน ทุเรศ ก็คือ ทุเรศ
เคสที่3 "ไม่รู้ตัว"
เคยไปนั่งปรึกษาให้เด็กคอสคนนึงด้วยความที่เขาต้องการคนปรึกษา เขาเลยก็มาเล่าให้เราฟังว่าเขาไม่ค่อยมีคนคบไม่รู้ทำไม แล้วเขาก็ร่ายมหากาฬ3ภาค 7เล่ม ของเขาให้ผมฟังโดยไม่ได้ให้เราพูดอะไรเลย แถมได้ยินแต่ว่าเขาดีเลิศ เก่ง กว่าใครๆคนนี้สู้ไม่ได้คนนั้นสู้ไม่ได้ ทุกอย่างของเขาดีไปหมด ผมอาจจะเป็นผู้ฟังที่ไม่ดีก็ได้ที่จับใจความได้แค่นั้นจริงๆ แต่ผมดูจากการแต่งตัวการวางตัว วาจา และ มารยาทของเขาแล้วเนี่ย ผมว่าโอตาคุตัวอ้วนๆใส่แว่นตาหลงแต่สาว2มิติยังให้บรรยากาศความรู้สึกที่ดีกว่า จริงๆผมพยายามไม่พาดพิงถึงเรื่องหน้าตาซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราเลือกไม่ได้ แต่คำพูดของเขากริยาของเขาช่างต่างราวฟ้ากับเหวกับคนที่เขาเปรียบเทียบซะเหลือเกิน และหลังจากฟังจนจิตผมหลุดไปร่วมฉลองในห้องพระโถงวัลฮาล่าแล้ว ผมก็ได้โอกาสทองที่จะแย่งชิงแทรกคำพูดของผมเพียงเสียววิขึ้นมา ผมรีบแทรกคำพูดของผมขึ้นทันทีก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก ถ้าผมพลาดผมคนต้องเป็นใบ้ไปตลอดชีวิดก็ได้ ผมจึงรีบแทรกพูดให้ความเห็นเขาแล้วลองพูดแนวเข้าข้างอีกฝ่ายนึง ผมก็เห็นสีหน้าไม่พอใจแต่ผมก็ตามยิงต่อด้วยด้านที่ไม่เข้าข้างอีกฝ่าย ท่าทางเขาพอใจมาก เขารีบสนับสนุบทันทีแล้วแย่งบทผมไปสานต่อ เป็นภาค special edition แล้วผมก็กลายเป็นผู้ฟังต่ออีก1ภาค สุดท้ายผมเลยต้องชิงหนีเขาก่อน แต่สิ่งที่ผมเองค้างคาใจคือทำไมคนแบบนี้รู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไรแต่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าต้นเหตุมาจากตัวเขาเอง หรืออาจจะเพราะมหากาฬชีวิตของเขาทำให้เขาไม่มีโอกาสได้รับฟังคนอื่นก็เป็นไปได้
เคสที่4 "เกรียน"
นี่คงเป็นไม้ตายใหม่แห่งนวัฒกรรมเวปบอร์ดและโลกวิชวลลิตี้ ที่สรรค์สร้างโดยสมาชิกบอร์ดประมูล เมื่อไม่พอใจใครที่เราไม่สามารถเลือกสรรน์อะไรมาโต้เถียงเขาได้แล้วเราสามารถส่งคำนี้ไปเพียงคำเดียวเราจะเป็นฝ่ายหยุดโลกทั้งใบไว้ได้ ราวกับได้รับพรอันประเสริฐจากทวยเทพ น่าแปลกที่คำเพียงคำเดียวสามารถพลิกสถานการณ์ได้ราวกับมีปาฎิหาริ แม้มันจะใช้ไม่ได้เสมอไปแต่มันมักได้ผลในส่วนมาก ทำให้ผมไม่เข้าใจว่าตกลงคนโดนด่าหรือคนที่ด่า "เกรียน" กันแน่
เคสที่5 "ภาษาวิบัติ"
ภาษาวิบัติเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เราเจอเสมอ บางครั้งอาจจะแค่เขียนผิดจริงๆหรืออาจจะทำเล่นๆกับเพื่อนฝูงแต่หลายๆครั้งมันมาด้วยความตั้งใจพร้อมคำแก้ตัวว่า พิมพ์ง่ายกว่า ....ง่ายกว่า? ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าการกดตัวอักษรใกล้กว่าสั้นกว่านั่นช่วยให้ร่างกายไม่เผาผลาญพลังงานไปใช้มากขึ้นอันเป็นเหตุให้ลดการแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ในร่างกายได้ จึงไม่น่าใช่เหตุที่เกิดภาษาวิบัติและผมเองก็ยังไม่มีรีเซิร์จพอที่จะทำให้เข้าใจคนกลุ่มนี้ได้เราจึงต้องต่อสู้กับพวกเขาต่อไป
เคสสุดท้าย "นิยามคำด่าใหม่"
เวปบอร์ดส่วนมากมีกฎ คือ ห้านใช้ถ้อยคำหยาบคาย แต่ก็ไม่อาจหยุดคนเหล่านี้ได้เพราะพวกเขาจะแฝงความแหกกฎของพวกเขามาในรูปของคำใหม่ เช่น กรวย เชี่ย สลัด แมร่ง พ้อง และอื่นๆ เมื่อได้ใช้คำพ้องความหมายของพวกเขาแล้วพวกเขาก็จะยิ้มแย้มและมีความสุขแล้วจากไปอย่างสงบ เหมือนคนที่พ่นสีไว้บนกำแพงว่า "พ้องมึงตาย" แล้วก็เดินจากไป ส่วนจะทำยังไงต่อไปนั้นให้เป็นที่รำคาญใจของเจ้าของบ้านและคนดูแลต่อไป ในเคสนี้เองผมก็มีรีเซิร์จเช่นเดียวกับเคสด้านบนทำให้ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันต่างจากการด่าปกติตรงไหน หากเช่นนั้นก็ไม่เห็นต้องกลับมาใช้คำสุภาพตามกระทู้อื่นก็ได้นี่ ก็ใช้แบบนี้มันทุกรีพรายไปก็คงไม่ต้องมาโพสอารมณ์ขึ้นๆลงๆ
นี่เป็นเคสค้างคาใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่ผมเจอมาในช่วงนี้ จริงๆแล้วมีคนมาปรึกษาหลายเรื่องแต่ว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ที่ผมคอยให้กำลังใจและแนะนำทางให้อยู่ ทำให้ผมเข้าใจว่าคนในวงการนี้สุขภาพจิตไม่ค่อยดีเท่าไร(แต่คนที่ดีก็ดีจริงๆ) อาจจะเพราะต้องเจอทั้งวัฒนธรรมจากโลกแห่งความจริงและในโลกส่วนตัวการที่ต้องปรับตัวไปมาบ่อยๆบางครั้งมันก็ปรับไม่ทันขึ้นอยู่กับสภาพส่วนตัวขณะนั้นๆ ผมแค่ยกเคสที่น่าจะเล่าสู่กันฟังให้เข้าใจมาเป็นเคสศึกษาให้กับคนอื่นๆเพื่อจะได้ตอบคำถามตัวเองได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
edit @ 25 Oct 2007 14:32:27 by redviking