2009/Dec/08

    " พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ " ผมได้ยินคนพูดคำนี้ครั้งแรกตอนดูสารคดีประวัติของมาเวลเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำนี้มาก แต่ว่ามันเพิ่งแว๊ปออกมาในหัวก่อนเขียนบนความนี้เอง ราวกับผมเพิ่งเข้าใจมัน ในแบบของผมนะ ในแบบของผมคือ คิดแบบรื้อสร้าง พลังที่ยิ่งใหญ่คืออะไร? พลังที่ยิ่งใหญ่ในกระบวนการคิดแบบผมไม่พิเศษขนาดว่า เดินบนอากาศ ยกรถทั้งคันด้วยตัวคนเดียว หรือ ว่าปล่อยคลื่นเต่าได้แบบในการ์ตูนหรือนวนิยาย มันเป็นแค่พลังที่อธิบายด้วยรูปธรรมง่ายๆ เช่น ศิลปะการต่อสู้

    ผมได้มีโอกาสกลับมาสู่โลกของการศึกษาหลังจากที่ไม่สนใจมันมาอยู่นานหลายปีด้วยการมองโลกมุมแคบ และ อาจจะเรียกได้ว่ายังไม่เจอลิขิตชะตาของผมตามความเชื่อส่วนตัว หลังจากเรียนกับเด็กๆอยู่ 1 ปี และคนในห้อง เริ่มรู้ว่าผมคลั่งไคล้ศิลปะการต่อสู้มาก ผมก็เริ่มโดนล้อโดยเพื่อนรุ่นน้อง ผมไม่แน่ใจว่าผมเป็นคนเดียวรึเปล่าที่ มีวิชาการต่อสู้แล้วยังโดนล้ออยู่ แรกๆผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำพวกนั้นเท่าไรแต่พอซักพักผมก็เริ่มมีอารมณ์กับเขาเหมือนกันว่า " พวกเอ็งเป็นบ้าอะไร! อยากโดนเหรอ!!! " ผมก็มักจะโดนเอาคืนด้วยประโยคเด็ดว่า " โอ้ย ผมไม่สู้พี่หรอก พี่มิวิชานี้พวกผมมันไม่มีวิชา" , " คนทีวิชาเขาไม่ทำคนไม่มีวิชานะพี่  " ซึ่งเป็นที่น่าหงุดหงิดมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายปัจจุบันผมก็ได้มาซึ่งคำตอบราวกับหนีปัญหา สิ่งที่ผมมีไม่ใช่วิชาแต่เป็น " หน้าที่ของคนมีวิชา " ต่างหาก

    ผมเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วยเหตุผลยอดนิยมของคนฝึกศิลปะการต่อสู้ " เก่งแล้วจะได้ไม่โดนรังแก " .....ซึ่งมันย้อนแย่งกับข้างบนมากๆ ทำไมผมโดนรังแกอยู่วะ! (การล้อถือเป็นการรังแกสำหรับผมอย่างนึง) ตอนเล็กๆผมฝึกมวยไทยจากปู่ ฝึกเทวันโดถึงสายฟ้า2ตอนม.ต้น จากนั้นก็ได้สัมพัสกับรุ่นพี่ผู้ฝึกมวยจีน เลยฝึกมาทางมวยจีนคือยืนม้า ฝึกปา ต่วน จิน เผื่อสักวันจะได้เรียนมวยจีนซักแขนงนึง แถมตอนนี้ผมยังมีโปรเจคฝึกการต่อสู้ตามสไตร์ของผมอีก ถึงผมจะไม่ฟิตแล้วแต่ผมว่าผมก็สู้คนธรรมดา (ที่ไม่พกปืนที่ใส่ลูกแล้ว และ พวกอยู่เหนือกฎหมายทั้งหลาย) ได้ แต่ผมก็โดนคนธรรมดาล้อ  ซึ่งแรกๆผมงงมากๆเรื่องนี้มันยังล้อได้อีกเหรอ? ผมพยายามหาคำตอบตามภาษาผม ผมหาคำตอบว่าพวกคนธรรมดานั้นจะล้อผมทำไม ถ้าใครฝึกศิลปะการต่อสู้แล้วเจอปัญหาเดียวกับผม ผมจะขอเป็นหนึ่งในคำตอบให้ครับว่าทำไมเขาถึงล้อ ผมใช้เวลาวิเคาะห์ สังเคาะห์ อ่านหนังสือ เป็นตั้งๆ อ่านบทความตามอินเตอร์เนทที่มีเรื่องซ้ำๆเป็นพันๆเวป จนได้บทสรุปมาว่า " ไม่มีเหตุผล " ครับ  NO REASON ! OK! ใช่ครับไม่มีเหตุผล เขาแค่สนุกกับการปั่นประสาทเรา แต่ผมถือว่าเรื่องการดูถูกนั้นนั้นเป็นเรื่องปกติของคนฝึกวิชา

    ผมเชื่อว่าเริ่มแรกก่อนที่เราจะฝึกวิชาเราโดนดูถูกอยู่แล้วครับถึงมาฝึก โดนดูถูก โดยคนอื่น โดยตนเอง โดยชะตา และอื่นๆ อื่นๆ เราโดนดูถูกถึงต้องการศิลปะการต่อสู้มาประดับกายไม่ใช่เหรอ? มุมมองการมองศิลปะการต่อสู้สำหรับสมัยนี้ เปรียบศิลปะการต่อสู้ได้ว่าเป็นของฟุ่มเฟือย ผมมองแบบนั้นเพราะ เราไม่จำเป็นต้องมีศิลปะการต่อสู้ก็อยู่ได้ มันเป็นแค่เครื่องประดับที่ไม่มีใครเห็น เอาไปใช้อะไรไม่ได้ เราเลือกที่จะมีหรือไม่มีมันก็ได้ และที่เรามีมันอยู่ก็เพราะเราเลือกที่จะมี ไม่ต้องหาเหตุผลมารองรับว่าทำไมต้องมี ถ้าคุณคิดจะหาเหตุผลมารองรับคุณจะเจอคำตอบที่ดีกว่าศิลปะการต่อสู้เสมอ
ถ้าคิดว่ามีศิลปะการต่อสู้แล้วปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ มีปืนคุณก็ปกป้องได้ครับดีกว่าด้วย
ถ้าคิดว่ามีศิลปะการต่อสู้แล้วมีอำนาจทำอะไรก็ได้ คนมีอำนาจเยอะแยะครับประเทศนี้
ถ้ามีศิลปะการต่อสู้แล้วจะมีคนสนใจ ถ่ายรูปแบ้วๆลง facebook ก็มีคนสนใจแล้วครับ
ไม่ว่าคุณจะหาเหตุผลอย่างไรให้ศิลปะการต่อสู้มักมีทางเลือกที่ดีกว่าเสมอ แต่ที่แน่ๆศิลปะการต่อสู้ให้คุณได้อย่างนึง " ความสุข " คุณเลือกที่จะมีมันไว้ครอบครองเลือกมันไว้ที่จะเป็นวิถีส่วนหนึ่งหรือแม้แต่ส่วนน้อยนิดในชีวิตก็ตามมันคือ การที่คุณได้รับความสุขจากมัน ศิลปะการต่อสู้เหมือนปลูกต้นไม้ คุณชอบที่จะดูมันค่อยๆโต ค่อยๆรดน้ำ พรวนดิน ฝึกไปเรื่อยๆ ห่างบ้าง ฝึกบ้าง แต่มันก็คือความสุขที่ได้อยู่กับสิ่งที่ชอบสิ่งที่รักไม่ใช่หรือ ถึงถึงแม้เวลาโดนมีดจ่อหน้าจริงๆแล้วต้องควักเงินในกระเป๋าให้เขาไปโดยไม่สู้ สู้ไม่ได้ เราก็ไม่เคยโทษศิลปะการต่อสู้เลย ผมรู้สึกอย่างนั้น ผมรู้สึกว่าคนฝึกศิลปะการต่อสู้ไม่เคยโทษศิลปะการต่อสู้ คนฝึกศิลปะการต่อสู้จริงๆจังๆไม่เคยโทษมวยที่เรียน ไม่เคยเห็นใครสู้แพ้แล้วเลิกสู้ไปเลยยกเว้นพิการหรือตาย คนมีวิชาส่วนมากก็จะฝึกเคี่ยวมันไปเรื่อยๆ มีความสุขอยู่กันมันไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจหรอกว่าถึงเวลาแล้วมันจะใช้ได้หรือไม่ได้ สำหรับผมมันเหมือนกับการขัดเกลาแบบศาสนา " ศาสนาของการต่อสู้ " แต่ละคนมีความเชื่อในการฝึกไม่เหมือนกัน ปรัชญาในการฝึกวิชาก็ไม่เหมือนกันแล้ว อย่างผมเองมีความเชื่อแบบเต๋ากับเซน ผมฝึกเพราะหลงไหลการนิพพานแบบเซนคือเข้าสู่ภาวะจิตสงบว่างเปล่าชั่วครู่เวลาฝึก ผมชอบเวลาที่สู้แล้วได้คิดโจทย์ทางตรรกะ ฟิสิก และ จิตวิทยา เสียววิที่เข้าปะทะใส่กัน ผมชอบเวลาเจอคนที่สู้เก่งๆ คนฝึกศิลปะการต่อสู้เราคุยกับภาษาหมัดมวย ผมเชื่อว่าเราจะสนิทกันจริงๆก็ต่อเมื่อได้สู้กัน เราจะรู้ว่าคู่ต่อสู้เราเป็นคนอย่างไรในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้มันคือ " ความสุข " แบบนั้นล่ะครับ คนไม่ฝึกเขาไม่มีทางเข้าใจเราหรอก

    หลายๆคนก็คงหาคำตอบได้แล้วว่า พลังของตัวเองคืออะไร หน้าที่ของตัวเองคืออะไร ถ้ายังไม่เจอก็ฝึกต่อไปครับ หาคำตอบให้ตัวเองไปเรื่อยๆ สักวันต้องได้คำตอบแน่ เพราะเราจะต้องขัดเกลาตัวเราจนพบตัวเองจนได้ แต่ที่สำคัญคือเมื่อเจอตัวเองแล้วเราจะเจอตัวเองในแบบที่มีศิลปะการต่อสู้หรือในแบบที่ไม่มีมันต่างหาก โลกนี้คือนิทานที่มีอัศวินสู้กับมังกรครับ เพียงแต่เราเป็นอัศวินที่มือเปล่ามีเกราะอยู่ภายในไม่มีใครเห็น และ มังกรที่เรารู้ก็มีในแบบที่ไร้รูปร่าง เราจะสู้มันยังไง ด้วยอะไร ให้จบแบบไหนเราเท่านั้นเป็นเพียงคนเดียวที่เขียนเนื้อเรื่องในนิทานนี้ได้