2007/Nov/02

มีคนขออักษรรูนมาก็จัดให้

 

รูนส์ (RUNES) เป็นอักษรที่จอมเทพโอดินทรงคิดค้นขึ้น นิยมสลักลงบนกระดูกสัตว์ แผ่นไม้ หรือ แผ่นหิน ที่มีลักษณะกลมแบน อักษรรูนส์มีทั้งหมด 24 ตัวอักษรใช้ในการพยากรณ์ทำนาย ร่ายเวทย์ และใช้ในการลงอาคมให้กับสิ่งของต่างๆ อักษรรูนส์ที่ทรงพลังที่สุดที่มักใช้ทำนาย คือ The Elder Futhark ซึ่งเป็นอักษรรูนส์ที่เก่าแก่ที่สุดที่จอมเทพโอดินทรงคิดค้นขึ้น คำว่า Futhark ได้มาจากพยัญชนะ 6 ตัวแรกของอักษรรูนส์ทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชุด (Aetts) ชุดละ 8 ตัวอักษร อักษรแต่ละตัวจะมีความหมายเฉพาะในตัวของมัน ตามหลักศาสนาอาซาทรู (Asatru) อักษรรูนส์เป็นสิ่งที่ผู้นับถือทุกคนต้องเรียนรู้แต่ทุกคนไม่จำเป็นต้องใช้มันทำนายได้ และการใช้อักษรรูนส์นั่นไม่ควรใช้ทำนายในเรื่องไร้สาระเพราะรูส์คือสิ่งที่ใช้ติดต่อกับจอมเทพโอดินเพื่อขอให้พระองค์ทรงช่วยเหลือซึ่งจอมเทพโอดินพระองค์เองก็ไม่ทรงโปรดปรานเรื่องล้อเล่นซักเท่าไรนัก

 

ความหมายของอักษร runes

ชุดที่1 เรียกว่า Frey's Aett ประกอบด้วย

เฟโอท์ (Feoh) หรือ ทรัพย์สมบัติ หมายถึงแก้วแหวนเงินทองและการได้ครอบครองทรัพย์สินเลอค่า ความร่ำรวย อยู่ดีกินดีความสวยความงดงาม ความเพียบพร้อม ความอุดมสมบูรณ์ และมีนัยยะถึงการลงแรงและความทุ่มเทเพื่อให้มีฐานะที่ดีขึ้น

เออร์ (Ur) หรือ พละกำลัง หมายถึง ความแข็งแกร่ง ความอดทน ความกล้า ความสดชื่น กระตือรือล้น รวมไปถึงอำนาจ อย่างป่าเถื่อน พละกำลังอย่างดิบๆ ที่จะต่อสู้เพื่ออิสระภาพ ความรุนแรงทางกามรมณ์ และสุขภาพที่ดี รวมทั้งมีนัยยะถึงการท้าทายหรือฝ่าฟันเพื่อนำไปสู่จุดเปลี่ยนของชีวิต

ธอร์น (Thorn) หรือ กิเลส คือพลังแห่งความไร้สติของมนุษย์ เช่นความเอาแต่ใจ ความโลภ โทสะอันรุนแรง ความลุ่มหลง และตัณหาที่มีมากเกินไป อักขระนี้บ่งบอกถึงการเสียดแทง การเหยียดหยาม การทำลาย ความเจ็บปวด บาดแผล น้ำตา

อันเซอร์ (Ausur) หรือ ข่าวสาร หมายถึงการควบคุม การสร้างสรรค์ การพยากรณ์ อภินิหาร ภูมิปัญญา ความรู้ เหตุผล และการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งความฉลาด ไหวพริบปฎิภาณและคำแนะนำที่ดี บางครั้งหมายถึการทดสอบ และการสัมภาษณ์ ถ้าเป็นบุคคลมักเป็นผู้ทรงภูมิที่ชอบความมีอิสระ เหมือนจอมเทพโอดิน

รัด
(Rad) หรือ การเดินทาง หมายถึงยานพาหนะ สถานที่ที่อยู่ไกลจากถิ่นกำเนิด และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ รวมทั้งการโยกย้ายจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง ช่วงเวลาแห่งการทำงานหนัก การวางแผน การมองการไกล ความตั้งใจ และแรงขับที่จะนำไปสู่จุดหมายตามครรลองที่ถูกต้อง

เคน
(Ken) หรือ ความทุ่มเท หมายถึงศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ การทดลอง งานหัตถกรรม สิ่งที่ต้องทำด้วยมือและการกระทำเพียงลำพัง การแก้ปัญหาด้วยวิจารณญาณ การเรียนรู้ การฝึกฝน การเพระบ่ม การตกแต่งขัดเกลา พลังและฝีมือ การเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายสิ่งที่ต้องกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

กีฟู
(Gyfu) หรือ พันธะสัญญา หมายถึง ของขวัญ การตกลงใจกระทำบางสิ่งร่วมกับคนอื่น การเข้าหุ้นส่วน การหมั้นหมายหรือการแต่งงาน การแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผล ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบ พี่น้องร่วมสาบาน ผู้ร่วมแบ่งปันผลประโยชน์ที่ดี และกิจการที่เกิดจากการลงขันกัน

วีน
(Wyn) หรือ งานเลี้ยง หมายถึงสิ่งที่น่าปิติยินดี ความสนุกสนาน ความพึงพอใจ ความสุขหรือชีวิตที่น่าตื่นเต้นมีสีสัน เรื่องตลกหรือเรื่องที่ไม่จริงจัง อักขระนี้บ่งชี้ถึงการอยู่ท่ามกลางสาธารณชนเสมอ และมีนัยยะถึงสิ่งดีๆ ที่นำความสุขมาให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว เปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่แม้จะชื่นมื่นเพียงใดก็ต้องจบลง

 

ชุดที่ 2 เรียกว่า
Hagal's aett ประกอบด้วย

ฮากาล
(Hagal) หรือ พายุหิมะ หมายถึงอุบัติเหตุ ความชะงักงัน ความยุ่งยาก ความสูญเสียหรือไม่ก็โอกาสอันดีที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาโดยไม่อาจคาดหมายได้ล่วงหน้า อักขระนี้แสดงถึงทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไป และมีนัยยะถึงความทรมาน ความยากลำบาก ความเจ็บป่วยหรือถูกทำร้าย

นีด
(Nyd) หรือ อุปสรรค หมายถึงความปรารถนา สิ่งที่กระทำได้ยาก การผจญภัย การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ และความทุกข์ทรมานจากการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ อักขระนี้บ่งชี้ถึงการทุ่มเทอย่างรอบคอบ การใช้ทั้งความอดทน กำลังใจ และฝีมือที่มากเพียงพอเพื่อการไปสู่จุดมุ่งหมาย

อีส
(Is) หรือ น้ำแข็ง หมายถึงช่วงเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไม่มีผลใดๆ จากสิ่งที่ได้กระทำลงไป ไม่มีอะไรดีขึ้นหรือเลวลงไปกว่าที่เป็นอยู่ มักบ่งบอกถึงความเย็นชา ความเกียจคร้าน สภาพที่ขาดพลังและความกระตือรือร้น ความล่าช้า และการถูกกักไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือ ในสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วคราว

เกอร์
(Ger) หรือ การเก็บเกี่ยว หมายถึงผลของสิ่งที่ได้กระทำมาในอดีต หรือช่วงเวลาแห่งการรับผลแห่งการกระทำของตน ร้ายหรือดีขึ้นอยู่กับสิ่งที่ได้กระทำลงไป นอกจากนี้ยังบ่งถึงการลงทุน การริเริ่มโครงการระยะยาว และการย้อนกลับสู่อดีต การหวนกลับเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่หรือบุคคลในอดีต หรือการกระทำซ้ำในสิ่งที่เคยทำ

เอโอห์
(Eoh) หรือ จุดจบ หมายถึงการพลัดพราก ความตาย ภาวะเหมือนคนใกล้ตาย หรือสิ่งที่จบลงอย่างน่าเศร้าสลด การสูญเสีย ซากศพ สุสาน สภาพที่โดดเดี่ยวหรืออยู่ตามลำพัง บทสรุปของเหตุการณ์ต่างๆ ความยุ่งยากซึ่งในที่สุดก็จบลงโดยไม่เหลือสิ่งดีๆ ไว้ให้

เพออร์ธ
(Peorth) หรือ โชคชะตา หมายถึงสิ่งที่กระทำไปตามยถากรรม การมองไม่ดห็นอนาคต ขาดอุดมการณ์ ในบางครั้งหมายถึงอบายมุข กิเลสตัณหาอันไร้การควบคุมและของมึนเมา สภาวะที่ขึ้นอยู่กับการเสี่ยง การมีโชคดีในเรื่องอบายมุข การเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เอโอลห์
(Eolh) หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หมายถึงสวรรค์ เทพยดา วิญญาณบรรพชน พลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ กระปกป้องคุ้มครอง เครื่องรางของขลัง ศาสนา ลัทธิความเชื่อ องค์กรณ์และกิจกรรมทางศาสนา มายาศาสตร์ ผู้ทรงศีล ผู้ใหญ่ที่มีบุญญาธิการหรือมีบารมี หญิงสูงศักดิ์ จารีตประเพณี ธรรมเนียมโบราณ การอนุรักษ์

ซีเกล
(Sigel) หรือ ความสำเร็จ หมายถึงชัยชนะ รางวัลชื่อเสียงเกียรติยศ งานหนักที่จบลงอย่างคุ้มค้า วิสัยทัศน์อันกระจ่างแจ้ง แสงสว่าง ดวงอาทิตย์ พลังของความดีที่เอาชนะความชั่ว อักขระนี้บางทีบ่งถึงผู้ที่ได้รับการเลือกสรร หรือเสนอเข้ารับการยกย่องการตัวอย่างที่ดี หรือผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติต่างๆ

 

ชุดที่ 3 เรียกว่า
Tyr's Aett ประกอบด้วย

เทียร์
(Tyr) หรือ ความกล้าหาญ หมายถึงสงคราม ความยุติธรรม กฎระเบียบ ข้อบัญญัติต่างๆ คดีความการเป็นผู้นำ การความคุมฝูงชน การแข่งขัน การตัดสินใจ การยอมสูญเสียเพื่อให้ได้รับสิ่งที่ต้องการ การบูชายัญ การกีฬา บางครั้งมีถึงบุคคลหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับราชการและรัฐ รวมถึงผู้มีบรรดาศักดิ์ และศาล

เบออร์ค
(Beorc) หรือ การเกิดใหม่ หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตใหม่ ความสวยงาม การบำบัด การชดเชย อักขระนี้แสดงให้เห็นถึงความสุขทางกามรมณ์ และการถือกำเนิดของสมาชิกใหม่ นอกจากนี้ยังหมายถึงโชคดี การขยายขอบเขต การแตกกิ่งก้านสาขา หญิงที่สวยงามหรือแสนดีคนหนึ่ง ความเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเรื่องของผู้หญิง

เอห์วาซ
(Ehwaz) หรือ ม้าศึก หมายถึงพัฒนาการ ความเจริญก้าวหน้าอย่างมีแบบแผนหรือเป็นขั้นเป็นตอน บุคคลหรือสิ่ง ที่เชื่อหรือวางใจได้ คนที่เป็นมืออาชีพ คณะทำงานที่โดดเด่น การลงทุนลงแรงร่วมกันของคนกลุ่มหนึ่งมิตรแท้ สามีหรือภรรยาที่ดีที่สุด ความซื่อสัตย์จงรักภักดี ความกลมเกลียว การเดินทางระยะใกล้

มาน
(Man) หรือ กลุ่มชน หมายถึงดุลยภาพ ความกลมกลืน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก บริวารการให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอาสาสมัครบรรเทาภัย การสังคมสงเคราะห์ องค์กรหรือกลุ่มบุคคลที่อุทิศตัวเพื่อการนี้ นอกจากนี้ยังมักหมายถึงครู นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือบุคคลที่สังคมยกย่องในเกียรติประวัติ

ลากู
(Laga) หรือ น้ำ หมายถึงของเหลว ความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอนสิ่งที่ไม่เป็นไปตามกำหนดการ หรือระเบียบแบบแผน สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ผันแปรไปตามกำหนดการณ์และสภาพแวดล้อม ความหมกมุ่น ความไร้สติ ความวิตกกังวล ความเพ้อฝันความคิดฟุ้งซ่าน การวาดวิมานในอากาศ ลางสังหรณ์ ปรากฏการณ์ทางจิต

อิง
(Ing) หรือ ความสมบูรณ์แบบ หมายถึงการเริ่มต้นหรือการสิ้นสุดที่ดี บทสรุปที่กระจ่างชัดทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง การหลุดพ้นจากสภาวะเดิมๆ ความรู้แจ้ง สุขภาพที่ดีกามรมณ์ในระดับที่เป็นประโยชน์ ความปลอดภัย จิตที่มั่นคง ความสว่างของจิต สำนึกและความเพียงพอ ธรรมชาติบำบัด ความสำเร็จในการใช้ชีวิต

เดก
(Daeg) หรือ กลางวัน หมายถึงความสว่างสดใส แสงแรกของรุ่งอรุณความเย็นสบายในที่ร้อนหรืออบอุ่นในทีร่หนาว พลังอำนาจของดวอาทิตย์ การเติบโตขอสรรพสิ่ง โอกาสใหม่ ชีวิตใหม่ สถานภาพใหม่ ความกระจ่างแจ้ง วิสัยทัศน์ การสิ้นสุดของสภาวการณ์อันเลวร้าย เงื่อนไขที่นำไปสู่ผลสำเร็จในการแก้ปัญหา

โอเดล
(Odel) หรือ บ้าน หมายถึงความผาสุข บ้านและครอบครับที่สมบูรณ์ ความรักใคร่ปรองดองในครอบครัวหรือญาติมิตรบุคคลในตระกูล ญาติผู้ใหญ่ กิจกรรมหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือเครือญาติ บรรพชน มรดก ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โบราณวัตถุ สถานหรือสิ่งที่ทำเทียมโบราณวัตถุ ที่พำนักอันปลอดภัยและสุขสบาย

 

ตัวอักษรรูนส์แต่ละชุด เปรียบเทียบกับพยันชนะภาษาอังกฤษได้ดังนี้

Frey's Aett

Feoh = F, Ur = U, Thorn = TH, Ansur = A, Rad = R, Ken = K, Gyfu = G, Wyn = W/V

Hagal's Aett

Hagel = H, Nyd = N, Is = I, Ger = J, Eoh = Y, Peorth = P, Eoth = C/Z, Sigel = S

Tyr's Aett

Tyr = T, Beorc = B, Ehwaz = E, Man = M, Lagu = L, Ing = NG, Daeg = G, Odel = O

 

การเป็นเจ้าของรูนส์

รูนส์นั่นก็เช่นเดียวกับไพ่ทารอสจำเป็นต้องเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนมากนั้นจะทำกันเองแต่จะซื้อตามอินเตอร์เนทก็ได้แต่ไม่แนะนำ แต่หากจะซื้อหาจากอินเตอร์เนทก็แนะนำให้ซื้อของ Ralph H. Blum ในการทำรูนส์นั้นให้หาไม้หรือ หินขนาดกลมรีแบนๆขนานรูปร่างเท่าๆกันมา 24 ชิ้น ถ้าเป็นหินที่ซื้อมาให้นำน้ำจากแม่น้ำในลำธารมาล้างก่อน จากนั้นสลักหรือวาดตัวอักษรด้วยสีแดง หรือถ้าวัสดุผิวสีเข้มก็ใช้สีเหลืองหรือสีทองวาดตัวอักษรรูนส์ลงไปชิ้นละ 1 ตัวอักษร และนำไปปลุกเสก แต่ขั้นตอนการปลุกเสกและการใช้ทำนายนั้นผมจะไม่ขออธิบาย หากถ้าอยากครอบครองรูนส์จริงๆให้ทำรูนส์ของตนเองเสร็จแล้วมาคุยกับผมอีกทีผมจะแนะนำให้ว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะสำหรับผมผู้นับถือ Asatru ถือเป็นเรื่องจริงจัง จะเอาไปทำเล่นๆเพียงสนุกๆไม่ได้

 

*อ้างอิง*

http://www.stonebow.leics.sch.uk/vikings.htm

http://www.asatru.org/

อติเทวปกรณ์ จอมเทพโอดิน พระเทวีเฟรยา มหาเทพธอร์.- -กรุงเทพ:

สร้างสรรค์บุ๊คส์, 2549

ISBN 974-341-511-4

edit @ 2 Nov 2007 19:52:19 by redviking

2007/Nov/02

http://www.beowulfmovie.com

 

เราคงเคยได้ยินชื่อนักรบนาม Beowolf หรือ Beowulf จากหนังหรือเกมส์หลายเรื่อง และล่าสุดจากหนังที่กำลังจะเข้า Beowulf หลายๆคนคงอยากรู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร?

Beowulf ชื่อในตำนานของชาวอังกฤษโบราณเผ่า แองโกล-แซกซอน ที่ถูกจาลึกไว้ราวๆปี 700-750

เขาเป็นวีรบุรุษและกษัตริย์ในตามตำนานของแซกซอน น่าแปลกที่ตำนานของมหาวีรบุรุษ Beowulf ได้กล่าวถึงวีรบุรุษไวกิ้งไว้นั้นคือ Sigmund กษัตริย์แห่ง Gautland (Gothland ดินแดนทางใต้ของสแกนดิเนเวีย) บิดาของ Sigurd the dragon slayer หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปในนาม ซิกฟริด(Siegfried)ผู้พิฆาตมังกร โดยกล่าวไว้ว่าทั้งคู่เป็นสหายศึกกัน

 

ผมเองก็ไม่ได้รู้จักตำนานของแซกซอนเท่าไรแต่ก็พอเล่าคราวๆเกี่ยวกับมหาวีรบุรุษBeowulf ท่านนี้ได้เป็นการรบสำคัญๆ3ครั้งคือ

 

First battle: Grendel

เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อ กษัตริย์ Hroðgar (Hrothgar น่าจะเขียนประมาณนี้) ผู้สร้างพระโถง Heorot ให้ประชาชนของพระองค์ รวมไปถึงนักรบได้ดื่มกินและสรรค์สันกัน จนกระทั้งถูกโจมตีโดยพวก Grendel (เขาว่าเป็นอสูรปกครองโดยตัวเมียตัวเดียว) ในขณะที่เหล่านักรบกำลังหลับ แต่พวกGrendel ไม่อาจแตะต้องบัลลังก์แห่งHroðgar ได้เพราะมันถูกปกป้องโดยเทพเจ้า กษัตริย์Hroðgarและประชาชนของท่านไม่สามารถปกป้องตนเองจากการโจมตีของGrendel ได้จึงต้องสละพระโถงHeorotไป

Beowulf นักรบหนุ่มได้ยินเรื่องราวปัญหาของกษัตริย์ Hroðgar และอาสาที่จะช่วยกษัตริย์ เมื่อตกค่ำ Beowulf จึงได้บุกเข้าไปในห้องโถง Heorot ขณะนั้นพวก Grendel กำลังหลับและเข้าไปโจมตี แต่ว่าดาบของเขาไม่สามารถเชือดเฉือนผ่านผิวของพวก Grendel ได้ด้วยฤทธิ์เครื่องรางของพวก Grengel เขาจึงฉีกแขนของพวกมันทั้งหมดทิ้ง พวก Grendel จึงหนีกลับไปตายยังรังของตัวเอง

 

Second battle: Grendel's mother

ในคืนต่อมา หลังจากฉลองการตายของพวก Grendel แล้วกษัตริย์ Hroðgar และคนของระองค์ก็หลับอยู่ใน Heorot มารดาแห่งGrendel จึงเข้าโจมตีพระโถง หล่อนฆ่า Æschere นักรบคนสนิทของกษัตริย์ Hroðgar เพื่อล้างแค้นในการตายของเหล่า Grendel Hroðgar , Beowulf และเหล่านักรบไล่ตามหล่อนไปจนถึงรังที่อยู่ใต้ทะเลสาป Eerie Beowulf เตรียมตัวพร้อมรบและเขาดำลงไปในทะเลสาป เขาถูกตามและโจมตีโดยมารดาแห่ง Grendel แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเกราะของBeowulfได้ นางจึงลากเขาลงไปยังก้นทะเลสาป และสู้กัน

ในที่สุด Beowulf ก็ตัดหัวของนางได้ และเขาก็กลับออกมาจากรังของ Grendel เพื่อกลับไปยัง Heorot และกษัตริย์ Hroðgar ก็ประทานอามิสให้ Beowulf มากมาย

 

Third battle: The dragon

เมื่อ Beowulf กลับถึงบ้านเขาก็ได้รับการยกย้องให้เป็นกษัตริย์ของประชาชนของเขา วันหนึ่งในตอนท้ายของช่วงชีวิตเขา มังกรนิรนามตัวนึงที่นอนเฝ้าสมบัติพบว่าถ้วยของมันหายไป มันจึงโกรธมากและเผาทำลายทุกอย่างในสายตาของมัน Beowulf กับนักรบของเขาจึงต้องมากำจัดมัน แตี่มีเพียงนักรบคนเดียวที่กล้าจะอยู่ช่วยBeowulf เขาเป็นนักรบหนุ่มนาม Wiglaf ทั้ง2ช่วยกันกำจัดมังกรลงได้ แต่ Beowulf ต้องสิ้นชีวิตจากบาดแผลที่เขาได้รับ

หลังจากเขาถูกเผา Beowolf ก็ถูกฝังไว้ที่ เกรทแลนด์ ยังหน้าผาสูงที่จะเห็นทะเลทั้งหมดได้ ที่ๆนักเดินเรือทุกคนจะเห็นหลุมศพของเขาได้ และสมบัติของมังกรก็ถูกฝังไว้กับเขา

 

  

เรื่องที่ผมเล่าเป็นแค่เรื่องย่อๆ ไม่ได้ใส่รายละเอียดอะไรมาก ตำนานจริงๆคงจะน่าพิสมัยมากว่านี้มาก ผมเพียงหวังว่าเมื่อเรากล่าวชื่อมหาวีรบุรุษผู้นี้ในอีกครั้งเราจะได้รู้จักเขามากขึ้น และได้เล่าสืบต่อให้ลูกหลานเขาเราได้รับรับรู้ถึงวีรกรรมความกล้าหาญ การผจญภัยของเหล่าวีรบุรุษในอดีตสืบต่อไป

edit @ 2 Nov 2007 06:21:05 by redviking

edit @ 2 Nov 2007 14:21:18 by redviking

2007/Oct/25

ช่วงนี้เนี่ยมีคนมาปรึกษาหลายเรื่องมากๆ จนคิดไปว่าน่าไปเรียนจิตแพทย์ท่าจะหาเงินดี อาจจะเพราะว่าช่วงนี้มีงานคอสก็เลยมาปรึกษากันถี่หน่อย แต่คงเอาเรื่องที่ค้างคาใจมาเล่าล่ะ

 

เคสที่1 "โดนไซโค"

ผมก็ไม่ทราบว่ามันเป็นการเล่นสนุกของกลุ่มเด็กคอสหรือว่ามันเป็นวัฒนธรรมใหม่ในสังคมที่แต่ละคนอยากมีอำนาจควบคุมคนอื่นได้ ซึ่งก็ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกันเพราะคนที่โดนไซโคได้เนี่ยอย่างน้อยที่สุดเลยต้องเป็นคนค่อนข้างคิดมาก "เซนซิทีฟ" แล้วหลังจากนั้นอยู่ที่ตัวแปลของแต่ละคนแล้วล่ะ ถ้ามีสติสูงก็รอดไป ปัญหาคือส่วนมากโดนไซโคแล้ววิตกจริตซะก่อนตั้งสติน่ะสิ กรณีแบบนี้ผมไม่โทษคนโดนหรอก มันอยู่ที่คนเริ่มไซโคนั่นล่ะ ไอ้พวกที่ไซโคได้นี่แปลว่ารู้ว่าคนนี้ไซโคได้ เขาคงสนุกสุดๆเวลาทำให้คนอื่นต้องอมทุขนั่งทรมาณ ยิ่งได้เห็นมเขาจะเป็นจะตายโดยเราไม่ได้ทำอะไรเลยยิ่งมันส์ไม่ใช่น้อย ผมไม่ทราบนะครับว่าใครเข้าขั้นเสียสติมากกว่ากัน ระหว่างคนที่คิดถึงทุข กับ คนที่ทำให้คนอื่นเป็นทุข ก็ขอให้เขามีแต่ความเจริญในชีวิตตามการกระทำของเขาแล้วกัน

 

เคสที่2 "ขุดเรื่องชาวบ้านมาประนาม"

เขาจะทำผิดเรื่องอะไรไม่รู้ล่ะ แต่จะต้องขุดเรื่องของเขาออกมาด่าให้หมด ขนาดที่ว่าถ้ารู้ว่าเคยพิมพ์ผิดในเวปใดบ้างก็ต้องตามเก็บเอามาแฉให้หมด แฉแล้วรู้สึกสบายใจที่เห็นเขาเลวขึ้น แล้วเราจะได้สบายใจ ถ้าเพศเดียวกันเราก็ยังพอทน แต่ไอ้ประเภทผู้ชายทั้งแท่งมานั่งไล่ประนามผู้หญิงแถมยุให้คนอื่นมาช่วยกันรุมด่าเนี่ย เท่สุดๆ รู้ว่ามีคนประเภทนี้บนโลกแต่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอ ตัวเป็นๆ คือเราก็รู้กันนะครับว่าศาลเนี่ยเขาเอาผิดเฉพาะที่ผิด ในศาลเขาตัดผิดถูกตามคดีที่แจ้งไว้ผมก็ไม่เคยเห็นในศาลในอนุญาติให้ขุดความผิดโคตรเหง้าศักราชมาประนามกันได้ ก็ไม่เข้าใจว่า จะเอาเรื่องที่จบแล้วหรือเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัยขุดขึ้นมาพูดอีกทำไม ผมเองก็ไม่เข้าข้างใครหรอกแต่การกระทำอะไรที่มัน ทุเรศ ก็คือ ทุเรศ

 

เคสที่3 "ไม่รู้ตัว"

เคยไปนั่งปรึกษาให้เด็กคอสคนนึงด้วยความที่เขาต้องการคนปรึกษา เขาเลยก็มาเล่าให้เราฟังว่าเขาไม่ค่อยมีคนคบไม่รู้ทำไม แล้วเขาก็ร่ายมหากาฬ3ภาค 7เล่ม ของเขาให้ผมฟังโดยไม่ได้ให้เราพูดอะไรเลย แถมได้ยินแต่ว่าเขาดีเลิศ เก่ง กว่าใครๆคนนี้สู้ไม่ได้คนนั้นสู้ไม่ได้ ทุกอย่างของเขาดีไปหมด ผมอาจจะเป็นผู้ฟังที่ไม่ดีก็ได้ที่จับใจความได้แค่นั้นจริงๆ แต่ผมดูจากการแต่งตัวการวางตัว วาจา และ มารยาทของเขาแล้วเนี่ย ผมว่าโอตาคุตัวอ้วนๆใส่แว่นตาหลงแต่สาว2มิติยังให้บรรยากาศความรู้สึกที่ดีกว่า จริงๆผมพยายามไม่พาดพิงถึงเรื่องหน้าตาซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราเลือกไม่ได้ แต่คำพูดของเขากริยาของเขาช่างต่างราวฟ้ากับเหวกับคนที่เขาเปรียบเทียบซะเหลือเกิน และหลังจากฟังจนจิตผมหลุดไปร่วมฉลองในห้องพระโถงวัลฮาล่าแล้ว ผมก็ได้โอกาสทองที่จะแย่งชิงแทรกคำพูดของผมเพียงเสียววิขึ้นมา ผมรีบแทรกคำพูดของผมขึ้นทันทีก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก ถ้าผมพลาดผมคนต้องเป็นใบ้ไปตลอดชีวิดก็ได้ ผมจึงรีบแทรกพูดให้ความเห็นเขาแล้วลองพูดแนวเข้าข้างอีกฝ่ายนึง ผมก็เห็นสีหน้าไม่พอใจแต่ผมก็ตามยิงต่อด้วยด้านที่ไม่เข้าข้างอีกฝ่าย ท่าทางเขาพอใจมาก เขารีบสนับสนุบทันทีแล้วแย่งบทผมไปสานต่อ เป็นภาค special edition แล้วผมก็กลายเป็นผู้ฟังต่ออีก1ภาค สุดท้ายผมเลยต้องชิงหนีเขาก่อน แต่สิ่งที่ผมเองค้างคาใจคือทำไมคนแบบนี้รู้ว่าตัวเองมีปัญหาอะไรแต่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าต้นเหตุมาจากตัวเขาเอง หรืออาจจะเพราะมหากาฬชีวิตของเขาทำให้เขาไม่มีโอกาสได้รับฟังคนอื่นก็เป็นไปได้

 

เคสที่4 "เกรียน"

นี่คงเป็นไม้ตายใหม่แห่งนวัฒกรรมเวปบอร์ดและโลกวิชวลลิตี้ ที่สรรค์สร้างโดยสมาชิกบอร์ดประมูล เมื่อไม่พอใจใครที่เราไม่สามารถเลือกสรรน์อะไรมาโต้เถียงเขาได้แล้วเราสามารถส่งคำนี้ไปเพียงคำเดียวเราจะเป็นฝ่ายหยุดโลกทั้งใบไว้ได้ ราวกับได้รับพรอันประเสริฐจากทวยเทพ น่าแปลกที่คำเพียงคำเดียวสามารถพลิกสถานการณ์ได้ราวกับมีปาฎิหาริ แม้มันจะใช้ไม่ได้เสมอไปแต่มันมักได้ผลในส่วนมาก ทำให้ผมไม่เข้าใจว่าตกลงคนโดนด่าหรือคนที่ด่า "เกรียน" กันแน่

 

เคสที่5 "ภาษาวิบัติ"

ภาษาวิบัติเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เราเจอเสมอ บางครั้งอาจจะแค่เขียนผิดจริงๆหรืออาจจะทำเล่นๆกับเพื่อนฝูงแต่หลายๆครั้งมันมาด้วยความตั้งใจพร้อมคำแก้ตัวว่า พิมพ์ง่ายกว่า ....ง่ายกว่า? ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าการกดตัวอักษรใกล้กว่าสั้นกว่านั่นช่วยให้ร่างกายไม่เผาผลาญพลังงานไปใช้มากขึ้นอันเป็นเหตุให้ลดการแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ในร่างกายได้ จึงไม่น่าใช่เหตุที่เกิดภาษาวิบัติและผมเองก็ยังไม่มีรีเซิร์จพอที่จะทำให้เข้าใจคนกลุ่มนี้ได้เราจึงต้องต่อสู้กับพวกเขาต่อไป

 

เคสสุดท้าย "นิยามคำด่าใหม่"

เวปบอร์ดส่วนมากมีกฎ คือ ห้านใช้ถ้อยคำหยาบคาย แต่ก็ไม่อาจหยุดคนเหล่านี้ได้เพราะพวกเขาจะแฝงความแหกกฎของพวกเขามาในรูปของคำใหม่ เช่น กรวย เชี่ย สลัด แมร่ง พ้อง และอื่นๆ เมื่อได้ใช้คำพ้องความหมายของพวกเขาแล้วพวกเขาก็จะยิ้มแย้มและมีความสุขแล้วจากไปอย่างสงบ เหมือนคนที่พ่นสีไว้บนกำแพงว่า "พ้องมึงตาย" แล้วก็เดินจากไป ส่วนจะทำยังไงต่อไปนั้นให้เป็นที่รำคาญใจของเจ้าของบ้านและคนดูแลต่อไป ในเคสนี้เองผมก็มีรีเซิร์จเช่นเดียวกับเคสด้านบนทำให้ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันต่างจากการด่าปกติตรงไหน หากเช่นนั้นก็ไม่เห็นต้องกลับมาใช้คำสุภาพตามกระทู้อื่นก็ได้นี่ ก็ใช้แบบนี้มันทุกรีพรายไปก็คงไม่ต้องมาโพสอารมณ์ขึ้นๆลงๆ

 

นี่เป็นเคสค้างคาใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่ผมเจอมาในช่วงนี้ จริงๆแล้วมีคนมาปรึกษาหลายเรื่องแต่ว่าส่วนมากจะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ที่ผมคอยให้กำลังใจและแนะนำทางให้อยู่ ทำให้ผมเข้าใจว่าคนในวงการนี้สุขภาพจิตไม่ค่อยดีเท่าไร(แต่คนที่ดีก็ดีจริงๆ) อาจจะเพราะต้องเจอทั้งวัฒนธรรมจากโลกแห่งความจริงและในโลกส่วนตัวการที่ต้องปรับตัวไปมาบ่อยๆบางครั้งมันก็ปรับไม่ทันขึ้นอยู่กับสภาพส่วนตัวขณะนั้นๆ ผมแค่ยกเคสที่น่าจะเล่าสู่กันฟังให้เข้าใจมาเป็นเคสศึกษาให้กับคนอื่นๆเพื่อจะได้ตอบคำถามตัวเองได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

edit @ 25 Oct 2007 14:32:27 by redviking